พระนาคปรกวิหารน้อย วัดพระปรางค์เมืองเชลียง : ความงามที่หายไปจากกาลเวลา

       พระพุทธรูปนาคปรก (Buddha Sheltered by Naga Hood) งานปูนปั้น (Stucco work) ในซุ้มคูหาสอบโค้งยอดแหลม ประธานของวิหารน้อย ทางฝั่งทิศเหนือเยื้องไปทางด้านหน้าฝั่งตะวันออกของวิหารใหญ่ หน้าพระปรางค์ประธานวัดพระศรีรัตนมหาธาตุเชลียง ที่ดูคล้ายจะเป็นศาลเจ้าที่ประจำศาสนสถาน ที่สร้างขึ้นใหม่แยกจากฐานของเจดีย์ทรงระฆัง ถวายแก่พระมหาธาตุโดยผู้เป็นใหญ่ในยุคหลังการสร้างปรางค์ประธาน มีลักษณะเป็นวิหารโปร่งศาลาทรงหน้าจั่วขนาดเล็ก ที่ตัวเสา มีลวดลายปูนปั้นประดับเป็นรูปของเทพยดานุ่งผ้าทบซ้อน แสดงการสาธุการแบบลังกา และลายอุบะเฟื้องซ้อนดอก ใต้ลวดบัวคว่ำบัวหงาย แบบเดียวกับปูนปั้นบนปราสาทเฟื้อง ที่ “โตรณะ” ประตูทางเข้าสู่ศาสนสถานอันแปลกตา

        พระพุทธรูปปูนปั้นปางนาคปรกที่นี่ มีพุทธศิลป์ที่งดงามแปลกตา ปางสมาธิประทับบนขนดนาค 5 – 6 ชั้น (ชั้นล่าง จมอยู่ในพื้นปูนใหม่) ตามคติพุทธประวัติในตอนเสด็จเสวยวิมุตติสุข ซึ่งในสัปดาห์ที่หกในเจ็ดสัปดาห์ พระพุทธเจ้าเสด็จมาประทับใต้ต้นจิก พญานาคแห่งสระมุจลินท์ ขึ้นมาขดตัวเจ็ดรอบแลแผ่พังพานเพื่อป้องกันน้ำฝนและลมหนาวมิให้ถูกพระวรกาย

        เกล็ดนาคปั้นที่นูนลอยขึ้นมา ผสมกับการจัดวางลำตัวนาคขนดแผ่ออกเป็นวงม้วนทั้งสองข้างเป็นสมมาตร นาคดูเป็นธรรมชาติไม่มีกระบัง เครื่องประดับหรือหงอนพวยขึ้นไปแบบศิลปะเขมร จึงดูเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของช่างสุโขทัย – ลังกามากกว่า  จึงมีความโดดเด่นเป็นอย่างมาก

        พุทธศิลป์ของพระนาคปรกที่วัดพระปรางค์นี้ มีลักษณะเดียวกันกับพระพุทธรูปนาคปรกในซุ้มจระนำของเจดีย์ 11 ยอดปราสาท ด้านหลังเจดีย์ประธานวัดเจดีย์เจ็ดแถว  ที่ดูเหมือนว่าจะเป็นช่างก่อปั้นคนเดียวกัน ที่สร้างพระนาคปรกในรูปแบบนี้อย่างสุดฝีมือ เพื่ออุทิศถวายเป็นพุทธบูชา จึงพบความงามนี้ ได้เฉพาะที่เมืองสวรรคโลก – ศรีสัชนาลัยแห่งนี้เท่านั้น

        ถึงแม้ว่าอายุของงานสร้างทางศิลปะ จะสะสมจนล่วงเวลาเข้ามาถึงสมัยอยุธยาตอนกลาง แต่รูปแบบศิลปะเพื่อพระพุทธศาสนาแบบสุโขทัยท้องถิ่นนั้น ก็ยังคงสืบเนื่องความงามมาจากยุคสมัยอันรุ่งเรือง ผสมผสานกับความนิยมทางศิลปะของอาณาจักร มิได้เสื่อมคลายฝีมือและความศรัทธาลงไปแต่อย่างใด

.

หากข่าวนี้น่าสนใจ แชร์เลย