“ก้อนหินฟู มีงูใหญ่ ทางช้างเผือกข้ามแม่น้ำโขง” : ถอนคำสาปพระยาศรีโคตรตะบอง

        “พระยาสีโคดตะบอง – ศรีโคตรตะบอง” เป็นเรื่องเล่าเก่าแก่เรื่องหนึ่งของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่กล่าวถึงผู้มีบุญญาธิการ มีพละกำลังเพราะกินข้าวดำจากไม้งิ้วดำ (หรือไม้อื่น ๆ)  โดยเนื้อหาของฝ่ายเขมรนั้น พระยาสีโคดตะบอง มีนามว่า “พระยาตะบอง (ไม้) กระยุง (พะยูง) ” หรือ “พระโคดมเทวราช” อันเป็นเรื่องเล่าที่เกี่ยวกับเมืองพระตะบองกับความหมายว่า “บั่ดดอมบอง” อันหมายถึงที่ ๆ ตะบองหายไป โดยบางสำนวนของเรื่องเล่าฝ่ายเขมรนี้ ก็ไปเชื่อมโยงกับเรื่องเล่าของฝ่ายลาว โดยโยงว่า ตะบองของพญาตะบองกระยุงนั้นลอยหายไปทางเวียงจันทน์ พระยาตะบองกระยุงจึงย้ายไปครองเวียงจันทน์

         เรื่องราวของพระยาโคตรบอง – ศรีโคดตะบอง ในหลายสำนวนเรื่องราวก็เล่าต่างกันไป บ้างก็ว่า พระยาโคตรบองมาจากลพบุรีบ้าง มาจากเมืองระแหงบ้าง มาจากเวียงจันทร์บ้าง ในคำให้การชาวกรุงเก่าของฝ่ายสยามเล่าว่า พระยาโคตรบองนั้นเป็นโอรสพระร่วงหนีมาจากสุโขทัย มาเป็นคนตัดไม้ ที่เกิดมีพละกำลังจากการกินข้าวร้อนมื้อหนึ่ง ผู้คนเห็นมีบุญจึงอัญเชิญขึ้นเป็นกษัตริย์ครองเมืองนครสวรรค์บุรี  ต่อมาเกิดแผ่นดินไหว โหรทำนายว่าจะมีผู้มีบุญกว่ามาเกิด พระยาโคตรบองเกรงว่าผู้มีบุญจะมาชิงราชสมบัติ จึงสั่งให้จับหญิงมีครรภ์มาฆ่าเสียสิ้น แต่ก็มีเด็กคนหนึ่งรอดตายจากการช่วยเหลือของพระอินทร์ มีนามว่า “พระยาแกรก” เป็นผู้มีบุญญาธิการ ขี่ม้าเหาะขึ้นเหนือเมือง พระยาโคตรบองขว้างตะบองใส่ แต่กับไปถูกช้างตายล้านตัว จึงทิ้งเมืองนครสวรรค์บุรีไปสร้างเมืองล้านช้าง ซึ่งเรียกภายหลังว่า นครศรีสัตนาคนหุต

ในส่วนเนื้อหาเรื่องเล่าของของฝ่ายลาวนั้น เล่าว่า ในแถบเมืองศรีโคตรบูรณ์ มีเด็กคนหนึ่งเป็นเด็กแปลกประหลาด กินข้าวครั้งละมากถึง 7 หม้อ จนพ่อแม่เลี้ยงไม่ไหว เอาไปบวชเป็นเณรฝากไว้กับพระอาจารย์ที่วัด พระอาจารย์ก็รับเลี้ยงดูแลและสอนวิชาคาถาต่าง ๆ ให้

อนุสรณ์รูป ท้าวสีโคดตะบอง  ที่วัดศรีโคตรบอง เมืองท่าแขก แขวงคำม่วน

        วันหนึ่ง พระอาจารย์ให้เณรหุงข้าว แต่ที่วัดไม่มีไม้กวนข้าว เณรจึงไปเอาไม้แปลก ๆ จากในป่ามาทำเป็นไม้กวนข้าว พอกวนข้าวแล้วข้าวสุกเป็นสีดำอย่างกับถ่าน พระอาจารย์จึงไม่ได้ฉัน  เณรจึงกินคนเดียวจนหมดหม้อ เกิดมีกำลังวังชาราวกับช้างสาร ซ้ำร่างกายแข็งแรง อยู่ยงคงกระพัน ศาสตราวุธก็ไม่อาจทำอะไรได้ เณรจึงหักไม้ต้นใหญ่ได้เป็น 2 ท่อน เอามาทำเป็นตะบอง

       เมื่อพระอาจารย์เห็นเรื่องราวแปลก ๆ ที่เกิดขึ้นกับเณร จึงทำนายว่าเป็นบุญญาบารมี ภายภาคหน้าจะได้เป็นใหญ่เมื่อขึ้นไปทางเหนือ แต่ก็จะมีภัยเพราะไว้ใจ “ผู้หญิง”

       พระอาจารย์กำชับกับเณรว่า  ถึงจะไม่มีเดรัจฉานหรือพญาใดทำอะไรได้  แต่ก็มีจุดอ่อนเพียงตรงเดียวคือ “รูทวาร” ที่เอาไว้ขับถ่าย จงอย่าบอกใครให้รู้ห้ามบอกใครทั้งสิ้น เณรก็รับคำและลาบวชเดินทางขึ้นเหนือ

        ในคราวนั้นเกิดมีโขลงช้างนับเป็นล้านบุกเข้ามาทำลายบ้านเมือง เรือกสวนไร่นา นครเวียงจันทน์ ได้ส่งกองทัพไปปราบ แต่ไม่มีใครปราบพญาช้างและโขลงช้างจำนวนมหาศาลได้ ผู้คนจึงอพยพออกจากบ้านเมืองไม่ขาดสาย เกิดเป็นเหตุโกลาหลในอาณาจักร

        เจ้านครเวียงจันทน์ ประกาศว่าหากใครปราบโขลงช้างล้านตัวได้ จะให้ครองนครครึ่งหนึ่ง และจะสร้างเฮือนหิน (ปราสาท) (ปราสาทหินในวัฒนธรรมเขมร ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของแขวงสะหวันนะเขตในปัจจุบัน) ให้อยู่ และจะยกลูกสาว “นางเขียวข่อมเทวี” ให้

       ท้าวสีโคดตะบอง จึงได้อาสาปราบช้าง โดยร่ายมนตร์ให้ช้างคลานเข้ามาคารวะตน เมื่อช้างหันหลังกลับไปก็ตายทุกตัว บ้างก็เล่าว่าท้าวสีโคดตะบองตามไปหักคอช้างที่อ่อนน้อมไม่เชื่อฟัง หรือทุบด้วยกระบองอันทรงพลัง 

        ว่ากันว่าใต้น้ำในแม่น้ำโขงนั้น เต็มไปด้วยซากช้างที่ถูกเป็นล้านตัว เป็นที่มาของชื่ออาณาจักรล้านช้าง

ปูนปั้นฝีมือชาวบ้าน ที่เชิงผนังอุโบสถ วัดศรีโคตรบอง เมืองท่าแขก แขวงคำม่วน

 

       เมื่อปราบโขลงช้างได้ เจ้าเวียงจันทน์ก็ดีใจมาก คิดว่าคงเป็นมหาบุรุษมาช่วยตน คงได้ลูกเขยงามราวกับเป็นราวเทวดา แต่พอมาเจอสีโคดตะบองก็ให้ผิดหวัง เพราะสีโคดตะบองนั้น ผิวคล้ำ ตัวล่ำสัน หน้าไม่งาม จมูกแบน

       นางเขียวข่อมก็แอบเศร้าใจ เพราะจะได้สามีอัปลักษณ์

      แต่เจ้านครเวียงจันทน์ ได้ให้สัจจะไปแล้ว จึงแต่งตั้งให้สีโคดตะบอง เป็น “ท้าวศรีโคตรพระตะบองเพชร”  ยกพระธิดาเจ้าหญิงเขียวข่อมเทวีให้เป็นมเหสี ยกเมืองเวียงจันทน์ให้ครองครึ่งหนึ่งพร้อมสร้างปราสาทเฮือนหินเป็นตำหนัก ตามสัญญาที่ให้ไว้

ปราสาทเฮือนหิน ใกล้แม่น้ำโขง แขวงสะหวันนะเขต

        ถึงจะไม่รักในครั้งแรก แต่เมื่อนานวันไปนางเขียวข่อมเทวี ก็ให้รักและเห็นใจสีโคดตะบองมากขึ้น เพราะเป็นคนซื่อ รักษาความดี ใจสะอาด

       เวลาผ่านไป เชื้อพระวงศ์ผู้สูญเสียอำนาจได้แอบยุยงให้เจ้าเวียงจันทน์กำจัดพระยาศรีโคดตะบอง โดยให้เหตุผลว่า  “2 เสือ เมือง 2 เจ้า ผิดโบราณ น่าอับอาย ต่อไปชาวลาวจะพานิยมบารมีสีโดตะบอง จนแย่งราชสมบัติ ใช้วิชาอาคมมายึดเมืองเวียงจันทน์ไปจนสิ้น”

         ฝ่ายเจ้าเวียงจันทน์จึงให้เกิดระแวงและหลงเชื่อ เลยหาวิธีกำจัด อ้างให้สีโคดไปอุทยานล่าสัตว์เล่น แล้วแต่งทหารฝีมือดีออกทำทีเป็นโจรป่า มาดักทำร้าย แต่ก็ฟันแทงไม่เข้า ทำทุกวิถีทางก็ไม่ตาย

        ลอบวางยาก็ไม่ได้เพราะสีโคดมักชอบกินอาหารที่เมียทำ เข้าครัวนั่งช่วยเมียทำก็เลยหมดหนทาง

         เชื่อพระวงศ์ก็นึกถึงนางเขียวข่อมเทวีขึ้นมา จึงใช้เล่ห์อุบาย หลอกถามนางเขียวข่อมคนซื่อว่าสามีเธอนั้นเก่งกล้านัก มีบารมีเหลือล้น มีคนทำอันตรายไม่ได้เลยหรือ สามีเธอแพ้สิ่งใดเล่า

พระธาตุศรีโคตรบอง ที่วัดศรีโคตรบอง เมืองท่าแขก แขวงคำม่วน

        ฝ่ายนางเขียวข่อมเทวีได้ฟังเองก็รู้สึกสงสัยตามประสา จึงไปอ้อนถามผัวเพราะความอยากรู้ สีโคดเองถามเท่าไรก็ไม่บอก ถูกลูกอ้อนไปเรื่อย ๆ จนใจอ่อนบอกนางเขียวไปว่า

        “…ในโลกนี้ ไม่ว่าเทพ พญา เจ้า ยักษ์ ผี มนุษย์หรือสัตว์เดรัจฉานที่ไหนในโลกก็ฆ่าตนไม่ได้ไม่มีผู้ใด ทำอะไรเราได้ เว้นแต่จะกระทำการร่ายที่รูทวารของเราเท่านั้น ”  …นางเขียวข่อมเทวีเมื่อรู้ก็ดีใจ จนเมื่อกลับไปเยี่ยมพ่อ ก็โอ้โสตามประสาความซื่อไร้เดียงสา

        เมื่อเจ้านครเวียงจันทร์และพวกตนทราบก็ให้หาช่างยนต์ดำเนินการสร้าง “ธนูยนต์” เพื่อจะยิงสวนรูทวารท้าวสีโคด แล้วให้จัดงานเลี้ยง เชิญให้ท้าวสีโคดมา แล้วกำชับให้ลูกสาวทำลาบหอยใส่ยาถ่าย กินกันไปพูดคุยกันไป ต่างคนต่างกินไม่ระแวงกัน จนศรีโคตรปวดท้อง ไปเข้าห้องน้ำที่มีธนูยนต์ติดตั้งอยู่ที่หลุมด้านล่าง

       ท้าวสีโคดตะบองจึงโดนธนูยนต์ยิงสวนรูทวาร

        ด้วยความแค้น ก่อนตายท้าวสีโคดตะบองจึงร่ายมนตร์สาปแช่งพวกลาว และนครเวียงจันทน์ไว้ว่า  จงพบกับความพินาศล่มจม หากจะเจริญก็ให้เป็นแค่  “ให้ฮุ่งเพียงช้างพับหู  ฮุ่งเพียงงูแลบลิ้น”

           แต่ด้วยนึกถึงคำพระอาจารย์ที่เตือนไว้ให้ระวังอย่างไว้ใจสตรี จึงได้แต่คิดอโหสิกรรม ทิ้งท้ายไว้ในคำสาปว่า “จงไม่เจริญ จนกว่าจะมี 3 สิ่งนี้เกิดขึ้น “ก้อนหินฟู มีงูใหญ่ และทางช้างเผือกข้ามแม่น้ำโขง” ลาวจึงจะพ้นคำสาป

         ชาวลาวเชื่อว่า ก้อนหินฟู ก็คือ สะพานข้ามแม่น้ำโขง  มีงูใหญ่ คือทางรถไฟความเร็วสูง และทางช้างเผือก ข้ามแม่น้ำโขง ก็คือเส้นทางนักลงทุนจากต่างประเทศที่จะเข้ามาในอนาคต

         อีกไม่นานนี้ ประเทศลาวกก็จะพ้นคำสาป พระยาสีโคดตะบองแล้ว

 

 

 

หากข่าวนี้น่าสนใจ แชร์เลย